PM 2.5 มาจากไหน?

News DATE: 02/04/2019 TIME: 08:41

ติดต่อหรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่

เพิ่มเพื่อน

ID Line : @Qtec-technology

สนใจสินค้าหน้ากากอนามัย N95  คลิ๊กที่นี่

PM 2.5 มาจากไหน?

1. ฝุ่นละออง PM 2.5 (particle matter smaller than 2.5 micron) คือ ฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กมากๆๆๆ ตามองไม่เห็น คือเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (ไมโครเมตร) หรือเล็กกว่า 3% ของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นผมเสียอีก .. ในเมืองใหญ่นั้น สาเหตุหลักๆ คือ จากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ และจากการก่อสร้าง (ไม่ใช่จากการเผาหญ้า เผาฟาง ทำไร่นะ)

2. จริงๆ ฝุ่นละออง ทั้งขนาด PM 2.5 และที่ขนาดใหญ่กว่านั้นก็ล้วนแล้วแต่เป็นมลพิษทางอากาศและเป็นปัญหาสำคัญของเมืองใหญ่ อย่างที่เป็นคลิปว่าเห็นฝุ่นลอยเต็มไปหมดที่ "สวนลุมพินี" นั่นน่าจะเป็นฝุ่นละอองขนาดใหญ่กว่า 50 ไมครอนที่ตามองเห็นได้ ... แต่ฝุ่นยิ่งเล็กเท่าไหร่ แทนที่มันจะตกลงสู่พื้นได้เร็วตามปรกติ มันกลับยิ่งแขวนลอยอยู่ในอากาศนานขึ้นเท่านั้น และทำให้เป็นปัญหาต่อสุขภาพหนักขึ้นไปอีก

3. ฝุ่น PM 2.5 มีอันตรายต่อสุขภาพอย่างชัดเจน เพราะการที่มันเล็กมาก ทำให้มันสามารถผ่านทางเดินหายใจสู่ปอดและสร้างปัญหากับหลอดเลือดได้ง่ายขึ้นเยอะ (พวกที่มีขนาดใหญ่ มักจะโดนดักเอาไว้ตั้งแต่ด้วยขนจมูก และด้วยเมือกและขนโบกตามช่องทางเดินหายใจ) และจะไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคทางเดินหายใจ เพราะมันสามารถทะลุทะลวงผ่านปอดเข้าสู่เส้นเลือดฝอยที่หล่อเลี้ยงอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย รวมทั้งสมองและหัวใจ ทำให้เกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคทางสมอง ฯลฯ แม้กระทั่งทารกในครรภ์ที่แม่สัมผัสกับอนุภาค PM2.5 ก็จะทำให้เด็กเมื่อโตขึ้นมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ ดังกล่าว และยังมีผลต่อระดับสติปัญญาของเด็กอีกตลอดชีวิต

4. ในกรุงเทพฯ ระดับฝุ่น PM 2.5 ในช่วงเดือนมกรา-กุมภานี้ มีระดับสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร)ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะตามริมถนนใหญ่ที่มีการจราจรหนาแน่น และมีการก่อสร้างอยู่ เช่น ถนนพระราม 4 ถนนลาดพร้าว ถนนพญาไท ถนนอินทรพิทักษ์ (ดูข้อมูลล่าสุดวันนี้ที่ https://www.facebook.com/…/a.53640555310…/1609515919131789/…)

5. อย่างไรก็ตาม ระดับฝุ่น PM2.5 ที่สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานนี้ ไม่ได้สูงถึงระดับวิกฤติ อย่างที่มีข่าวกันออกมาช่วงแรก ซึ่งเกิดจากการที่บางเว็บไซต์ไปคำนวณกันเองและเอาไปเทียบกับมาตรฐานต่างประเทศ ซึ่งไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง

6. สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 สูงนั้น มีมาหลายปีแล้ว แต่ที่ปีนี้กลายเป็นประเด็นกันรณรงค์กันมาก เพราะมันมาค่อนข้างมาเร็วกว่าปีที่ผ่านๆ มา (มาตั้งแต่มกราคม) และค่อนข้างอยู่นานหลายเดือน ... ปรกติ ฝุ่น PM 2.5 จะเยอะขึ้นในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล จากฤดูหนาวไปฤดูร้อน เช่นช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งมักจะมีหมอก(ไอน้ำ)เกิดขึ้น ทำให้อากาศปิด แสงแดดส่องไม่ถึงพื้น ฝุ่นละอองขาดแรงในการผลักให้ลอยตัวสูงขึ้นไป จนสะสมอยู่ในอากาศเรี่ยพื้นดิน

7. ดังนั้น การเฝ้าระวังฝุ่น PM2.5 โดยตัวเราเอง นอกจากจะหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้บริเวณริมถนนใหญ่ หรือบริเวณที่มีการก่อสร้างมาก ก็ยังสามารถติดตามค่าตัวเลขรายวันจากกรมควบคุมมลพิษแล้ว (https://www.facebook.com/PCD.go.th/) รวมไปถึงการสังเกตว่าวันนั้นเป็นวันที่สภาพอากาศนิ่ง ลมสงบ มีความชื้นในอากาศสูง มีหมอก(ไอน้ำ)หนาหรือไม่ เพราะจะมีการสะสมของฝุ่น PM 2.5 มาก... หรือถ้าวันไหนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น วันนั้นปริมาณฝุ่นละอองในอากาศก็จะเจือจางลงไป

8. แล้วเราต้องตื่นกลัวฝุ่น PM 2.5 มากแค่ไหน ? ถ้าท่านเป็นคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจะมีปัญหาสุขภาพ เช่น ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงการเข้าสู่พื้นที่ที่มีฝุ่นละอองสูงเกินมาตรฐานที่กำหนด เช่น ริมถนน ริมพื้นที่ก่อสร้าง ... ถ้าอยู่แต่ในอาคารได้ ก็จะมีความปลอดภัยมากกว่า หรือถ้าจำเป็นต้องออกไปจริงๆ ก็ควรจะต้องใส่หน้ากากอนามัยระดับ N95 ... ส่วนประชาชนสุขภาพดีทั่วไป ก็ยังไม่จำเป็นจะต้องตื่นกลัวขนาดนั้น นอกเสียจากว่าจะต้องใช้ชีวิตหรือทำงานในบริเวณสุ่มเสี่ยงดังกล่าวเป็นประจำ จึงจะควรใส่หน้ากากป้องกันด้วย

9. หน้ากากอนามัยที่จะป้องกันฝุ่น N95 ได้นั้น ก็ต้องมีความละเอียดของเส้นใยสูงพอที่จะกรองฝุ่นเล็กขนาด 2.5 ไมครอนได้ อย่างหน้ากาก N95 ที่มีขายกัน จะกรองอนุภาคขนาด 0.3 ไมครอนได้ถึง 95% (ที่มาของชื่อ N95) จึงเหมาะสมที่จะเอามาใช้ ... ส่วนพวกแผ่นผ้าปิดปาก ที่ขายกันทั่วไปนั้น นอกจากจะกรองไม่ได้ละเอียดพอแล้ว ยังไม่แนบชิดกับใบหน้าเพียงพอด้วย อากาศยังผ่านเข้าออกได้ง่าย

10. เดี๋ยวปลายเดือนนี้ สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 คงจะดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ยังไงก็ตาม ฝุ่นละอองทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ ก็ยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ไม่มากก็น้อย จึงควรช่วยกันลดต้นเหตุในการเกิดฝุ่น เช่น ลดการใช้ยานพาหนะ ปิดคลุมพื้นที่ก่อสร้างและรถที่ขนส่งวัสดุก่อสร้างให้มิดชิด รวมถึงทาง กทม. เองก็ควรจะเอารถดูดฝุ่น และพ่นน้ำบนท้องถนนมากขึ้นด้วย

ข้อมูลจาก http://www.pcd.go.th/info_serv/air_dust.htm และhttp://www.bbc.com/thai/thailand-42970714

 

 

สรุปคือ

ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) มาจากการคมนาคมขนส่ง การผลิตไฟฟ้า การผลิตของภาคอุตสาหกรรม กิจกรรมจากแหล่งที่อยู่อาศัยและธุรกิจการค้า และการเผาในที่โล่ง แบ่งได้เป็นฝุ่นที่เกิดจากแหล่งกำเนิดโดยตรงและฝุ่นที่เกิดจากการรวมตัวของก๊าซและมลพิษอื่นๆ ในบรรยากาศ โดยเฉพาะซัลเฟอร์ไดออกไซด์และออกไซด์ของไนโตรเจน ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ยังเป็นมลพิษข้ามพรมแดนและปนเปื้อนอยู่ในบรรยากาศได้นาน เป็นฝุ่นอันตรายไม่ว่าจะมีองค์ประกอบทางเคมีใดๆ ก็ตาม เช่น ปรอท แคดเมียม อาร์เซนิก หรือโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน(PAHs) เป็นต้น ในปี พ.ศ.2556 องค์การอนามัยโลก(WHO) จึงกำหนดอย่างเป็นทางการให้ PM2.5 จัดอยู่ในกลุ่มที่ 1 ของสารก่อมะเร็ง

ฝุ่นพิษขนาด PM2.5 คือภัยร้ายที่มองไม่เห็น มลพิษทางอากาศไม่ควรเป็นต้นทุนชีวิตที่ประชาชนต้องแลก กรมควบคุมมลพิษสามารถปกป้องชีวิตของคนไทยได้ ด้วยการลดปัญหามลพิษจากผู้ก่อมลพิษทั้งจากการเผาในที่โล่ง โรงงานอุตสาหกรรมและโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างถ่านหินเดิมที่กำลังเดินเครื่องอยู่ด้วยการกำหนดมาตรการการวัด PM2.5 ที่ปลายปล่อง ประกอบกับใช้ค่าเฉลี่ย PM 2.5 ในการคำนวณดัชนีคุณภาพอากาศ (PM 2.5 AQI)เพื่อความแม่นยำในการระบุผลกระทบต่อสุขภาพและแนวทางป้องกัน นี่คือทางออกทางเดียวที่จะช่วยให้เราสามารถรู้ได้ว่าอากาศในพื้นที่ที่เราอยู่นั้นมีมลพิษและอันตรายมากน้อยเพียงใด

 

สนใจสินค้าหน้ากากอนามัย N95  คลิ๊กที่นี่

สุดยอดสินค้า คุณภาพระดับสูงในการสวมใส่
กลุ่มผลิตภัณฑ์ uvex silv-Air c ประกอบด้วยหน้ากากมาสก์แบบพับได้
สีขาวบริสุทธิ์และรูปถ้วยซึ่งเหมาะกับรูปร่างใบหน้าที่แตกต่างกัน
ระบบคาดแถบคาดและริมฝีปากปิดผนึกในทุกระดับการป้องกัน
ทำให้สวมหน้ากากได้ง่ายและสวมใส่สบายเป็นระยะเวลานาน

 

ติดต่อหรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่

เพิ่มเพื่อน

ID Line : @Qtec-technology